Joyjung's profile^^ JoYjEeZz ^^PhotosBlogListsMore Tools Help

^^ JoYjEeZz ^^

I l_('-')VE U oO^^MICKEYOo^^~_~ Everytimes
March 22

ค่ายMUTEC#4

 
 
ปกติแล้ว...ปิดเทอม...คงเป็นช่วงเวลาที่หลายๆคนชอบสินะ
 
ก็มันเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เที่ยว พักผ่อนสมองกันได้เต็มอิ่ม
 
แต่ฉันเป็นคนนึงที่เกือบจะได้ปิดเทอมแบบไม่เป็นปกติ
 
วันสุดท้ายที่ฉันย้ายสำมะโนครัวออกจากหอพัก11ของมหิดลศาลายา
 
คุนน้าของฉันเป็นคนที่ขับรถไปย้ายของให้ฉัน แล้วก้อรับฉันกลับบ้านด้วย
 
ระหว่างทางที่กลับบ้าน คุนน้าก้อพูดถึงเรื่องที่จะให้ฉันไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมขึ้นมา
 
นาทีนั้นฉันไม่สามารถจะหาข้ออ้างอะไรมาปฏิเสธน้าได้ ก็เค้าเห็นๆอยุ่ว่าเราสอบเส็จแล้ว
 
เค้ารู้ว่าเราปิดเทอมตั้ง3เดือน งั้นก้อให้เราไปค่ายอบรมธรรมทายาทหญิงได้สิ
 
ครั้งแรกน้าบอกว่าแค่3อาทิตย์ แต่เอาเข้าจริงกลายเป็น1เดือนกับ22วัน
 
ถ้าอย่างนั้น...พอออกจากค่ายวันที่22 อีกสองวันที่26 พฤษภาเราก้อเปิดเรียนแล้วน่ะสิ
 
 
...วันที่ 9 มีนา...เป็นวันที่ฉันจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ(ที่สุด)ในชีวิตก้อว่าได้
 
ด้วยความเป็นห่วงงานของสโม เป็นห่วงเพื่อนๆพี่ และก้อเป็นห่วงตัวเอง(ที่อาจจะไม่ได้เที่ยว)
 
ก้อเลยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำตัวไม่ให้ว่างไปสัมภาษณ์เข้าค่ายวันที่23นี้
 
ต้องขอขอบคุณที่แชมป์ พี่เอ๋ และก้อพี่โอ๊คมากๆที่ช่วยชีวิตหนูเอาไว้
 
ทำให้หนูได้ไปค่ายMUTEC#4ที่จ.น่าน แล้วก้อทำให้หนูไม่ต้องไปสัมภาษณ์ค่ายนี้แล้ว
 
ดีใจจังเลยยยยย ไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าดีกว่า อิๆๆๆ
 
จิงๆแล้วยังไม่ถึงเวลาเดินทางหรอกน่ะ แต่พอดีพุ่งนี้ต้องไปประชุมงานค่ายที่คณะน่ะ
 
ก้อเลยแพ็คกระเป๋าเสื้อผ้าจากที่บ้านไปด้วย แล้วก้อไปเอาที่หอเพื่อนอีก
 
ทั้งๆที่เราเป็นคนไปประชุมบ่อยอยู่นะ แต่ทำไมครั้งนี้เรารู้สึกตื่นเต้นเหมือนไม่เคยมาก่อน
 
คงดีใจมากมั้ง แล้วก้อได้เจอกับพี่ๆเพื่อนๆที่ไม่เคยมาประชุมด้วยกันด้วยมั้ง แต่ช่างเหอะ
 
การประชุมเตรียมงานวันนี้ก้อผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก้อมีแววว่าจะดีตลอดค่ายนี้แฮะ
 
แล้ววันเดินทางก้อมาถึง รถออกสองทุ่ม แต่ฉันก้อมารอตั้งแต่ห้าโมงกว่าๆ
 
มานั่งรอเพื่อน ขนของขึ้นรถ แล้วก้อมาไหว้ท่านอจ.ประดิษฐ์ให้เราเดินทางปลอดภัย
 
วันที่ 12 มีนาพวกเราเดินทางถึงโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จ.น่าน
 
ก้อได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากท่านอาจารย์และทุกๆคนที่นั่นมากๆ
 
วันนั้นพวกเราจัดเก็บของ จัดห้องประชุม ห้องเรียน โตะกินข้าว ห้องน้ำ เตรียมค่าย
 
วันแรกรับน้องเข้าค่ายและพิธีเปิดค่ายพี่มหิดลแนะแนวน้องฯMUTEC#4
 
รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆที่ได้เห็นหน้าน้องๆ ทุกคนสุภาพ เป็นกันเอง และน่ารักมากๆ
 
ดีใจที่สุดคือการได้เป็นพี่บ้านสีเขียว ซึ่งพี่ๆและน้องบ้านของเราก้อน่ารักไม่แพ้กัน
 
ที่ภูมิใจมากคงจะเป็นพี่เรนพ่อใหญ่ของบ้านเรา น้องท็อบ(พ่อบ้าน) น้องมีน(แม่บ้าน)
 
ที่สำคัญอีกอย่างของวันนี้..พวกเราปีสองได้นำสันทนาการและเกมส์กันอย่างเต็มตัว
 
และก้อได้สันท์กันอย่างเมามันตลอดทุกช่วงที่มีโอกาส น้องๆก้อสันท์กันสนุกสนานมาก
 
ฉันก้อไม่พลาดที่จะเป็นมือกลองประจำปีสอง(ไม่ใช่สิ) มือกลองประจำค่ายนี้ต่างหากล่ะ
 
วันแรกของการเรียนการสอนโดยพี่ปีสี่ที่เตรียมการสอนมาเป็นอย่างดี
 
แม้ฉันจะไม่ได้เตรียมสอนน้องๆ แต่ก้อมานั่งดูพี่เค้าสอน แล้วก้อนั่งจ้องเด็กๆไปพลางๆด้วย
 
เห็นได้ถึงความตั้งใจมากๆ ทั้งพี่ที่สอนและน้องที่นั่งเรียนกันอย่างเคร่งเครียดมากๆ
 
พวกเราคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกมาค่ายที่น่านครั้งนี้ พี่รู้สึกทึ่งในความตั้งใจของน้องๆมากๆเลย
 
นอกจากการเรียนการสอนแล้ว ค่ายของเราก้อยังมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้น้องๆได้ผ่อนคลาย
 
ทั้งกิจกรรมทบทวนความรู้ในกิจกรรมWalk rallyวิชาการที่แสนสนุกและมันมากๆ
 
กีฬาฮาเฮ ที่ไม่เน้นออกกำลังกายมาก แต่เน้นความสามัคคีและความกล้าบ้าบอมากกว่า
 
แล้วก้อยังมีกิจกรรมแนะแนวต่างๆทั้ง ตลาดนัดแนะแนว และตลาดนัดวิชาการ
 
น้องๆให้ความสนใจในทุกกิจกรรมมากๆ จนหมดเวลาแล้วไล่ไปนอนยังไม่อยากจะไปกัน
 
กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยกันทำค่ายของเราให้สะอาด ดูดี และเป็นระเบียบมากขึ้น
 
  ไม่น่าเชื่อว่ากิจกรรมต่างๆมากมายขนาดนี้ แต่สามารถทำได้ภายในเวลาแค่ห้าวันเท่านั้นเอง
 
แล้วเวลาก้อเดินมาถึงวันเกือบสุดท้ายของค่าย กิจกรรมอำลา รวมทุกภาพความประทับใจ
 
การแสดงของพี่ค่ายทุกชั้นปี เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือสนั่นอย่างเหลือเชื่อ
 
แม้จะดูแป้กๆก้อเหอะ แต่ถ้าเทียบกับเวลาการเตรียมตัวแล้วก้อถือว่าน่าพอใจอ่ามั้งเนอะ
 
การแสดงของน้องบ้านสีต่างๆแสดงออกมาด้วยความคิดสร้างสรรค์และความกล้ามาก
 
การแสดงของน้องค่ายชุดพิเศษชุดสุดท้ายที่ปิดฉากรอยยิ้มกลายเป็นภาพแห่งน้ำตา
 
ทำเอาพี่ๆน้องค่ายทุกคนซึ้งใจ และใจหายร้องไห้ไปตามๆกันเมื่อนึกถึงพุ่งนี้ที่เราจะจากกัน
 
น้องทำซึ้งแล้ว ต่อไปเป็นคราวพี่ทำซึ้งบ้างล่ะ
 
กิจกรรมบายศรีที่แสนจะโรแมนติกและสว่างไสวด้วยแสงเทียนในบ้านหัวใจแสนจะอบอุ่น
 
น้องๆได้พูดเปิดใจกับพี่ๆ รวมถึงให้พี่ๆค่ายได้ผูกข้อมือรับขวัญและอวยพรน้องๆก่อนจาก
 
ทุกคนซึ้งใจและร้องไห้กันระงมยิ่งกว่า ฉันไม่ชอบให้ใครร้องไห้ บอกน้องๆว่าอย่าร้องไห้สิ
 
ค่ำคืนนั้นพวกเรานั่งซึ้งกันจนข้ามไปอีกวัน แต่ก้อยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกรากันเลย
 
อยากอยู่ต่อนะ แต่ร่างกายน่ะไม่ไหวแล้ว พวกเราปีหนึ่งเลยขอตัวไปนอนพักผ่อนกันก่อน
 
เช้าวันที่19มีนา...วันสุดท้ายของค่ายMUTEC#4
 
แม้จะยังนอนไม่เต็มอิ่ม บางคนยังไม่ได้นอน แต่ทุกคนก้อพร้อมใจกันตื่นมาเตรียมเก็บของ
 
พี่ๆช่วยน้องๆขนของลงมาวางไว้หน้าห้องเรียน เป็นอีกภาพที่น่าประทับใจมากๆ
 
ห้องประชุมกาสะลอง เป็นห้องที่นัดพบน้องค่ายครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
 
กิจกรรมพิธีปิดค่าย การมอบของที่ระลึก และการแสดงความรู้สึกต่อค่ายนี้
 
ไม่อยากบรรยาย ภาพแห่งความเศร้า เสียใจ และทำให้ฉันเสียน้ำตา
 
ทุกคนพยายามยื้อเวลานี้ให้อยู่นานๆ และแล้วก้อถึงเวลาอาหารมื้อสุดท้ายของค่าย
 
มื้อที่แสนพิเศษสำหรับพวกเราที่จะได้ทานอาหารรร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย สุดท้ายแล้วจริงๆ
 
เวลา15.00น.ของวันที่19มีนา น้องๆบางส่วนยังอยู่รอที่จะส่งพี่ค่ายขึ้นรถกลับ
 
พวกเราทุกคนเดินไปไหว้สิ่งศักดิ์ของค่ายนี้ให้คุ้มครองและให้เดินทางกลับโดยปลอดภัย
 
พวกเราทุกคนร่ำลา ร้องไห้ กอด และจับมือกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นรถ
 
พวกเราโบกมือลาน้องค่ายในขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไป
 
พวกเราหันหลังกลับมามองภาพค่ายและน้องๆก่อนจะลับตาไป
 
พวกเรานั่งดูข้อความที่น้องๆส่งให้ คุยโทรสับ แล้วก้อหลับหมดแรงกันมาตลอดทาง
 
ลาก่อน พี่น้อง ชาว MUTEC
 
ลาก่อน เด็กๆค่าย ณ ท่าวังผา
 
ลาก่อน ภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หยดน้ำตา
 
ลาก่อน ใช่ลับตา เจอกันวันหน้า พี่ยังคอย...
 
 
เป็นกำลังใจให้น้องค่ายเสมอ
 
ภาพความทรงจำของเราจะคงอยู่ ตลอดไป...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
March 20

ลาก่อนชีวิตปีหนึ่ง

 
หลังจากวาเลนไทน์ที่ผ่านมา มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายกับฉัน
มีทั้งสิ่งที่น่าจดจำไว้ตลอดไป และสิ่งที่อยากจะลืมไม่ต้องการรื้อฟื้นมันอีก
 
ช่วงเดือนสุดท้ายของชีวิตปีหนึ่งมาถึงแล้ว ทำไมเวลาถึงได้เดินเร็วอย่างนี้
ช่วงสอบเป็นช่วงที่ฉันเกลียดมันที่สุด เรียนแล้วทำไมต้องสอบด้วย
ถามแปลกเนอะ!ก้อเพราะตอนเรียนน่ะรู้เรื่อง แต่ก้อยังทำข้อสอบไม่ได้อีก
ทุกครั้งเวลาสอบก้อเลยเกลียดมากๆ เกลียดการอ่านสือสอบเป็นที่สุด
 
แต่มันก้อเป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อการเรียนในปีต่อๆไปของฉัน
ออกจากห้องสอบมาก้อรู้เลยว่าเน่าแน่ๆ ไม่มั่นใจเลยทุกวิชา้
แต่ก้อปลอบใจตัวเองว่าเราพยายามทำดีที่สุดแล้ว มันผ่านไปแล้ว
 
ตั้งแต่สอบเส็ดมาฉันก้อพยายามไม่เครียด ไม่คิดมากเรื่องผลสอบ
แต่ก้อยังใจตุ้มๆต่อมๆอยู่ดีเมื่อใครพูดถึงมันขึ้นมา
ถึงตอนนี้ก้อคงใกล้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องได้ยินข่าวที่ไม่รุจะดีหรือไม่?
แต่ก้อเตรียมทำใจไว้แล้วเหมือนกัน เพราะยังไงก้อต้องรู้ความจริงอยู่ดี
 
หลังจากสอบเส็ดก้อถึงเวลาที่ฉันจะต้องอำลาศาลายาแล้วเหมือนกัน
ฉันรุ้สึกว่าเวลามันเดินเร็วอีกแล้ว และตอนนี้มันกำลังจะทำให้ฉันต้องจากที่นี่ไป
 
ลาแล้วพวกเราศาลายารุ่นที่26
ลาแล้วคุงเมทที่ร้ากที่เคยร่วมทุกข์สุขกันมาตลอดหนึ่งปี
ลาแล้วห้อง11-621ที่เคยเปิดประตูเข้าออกอยู่ทุกวัน
ลาแล้วหน้าหอ11ที่เคยมีเสียงพวกเราหัวเราะ หยอกล้อกันทุกเย็น
ลาแล้วเซเว่นที่พึ่งยามหิวของพวกเราชาวหอที่ฉันขาดไม่ได้
ลาแล้วแอล1-2ที่นั่งเรียนแทบทุกวัน ตึกscศาลายาด้วย
 
ศาลายาสโตร์ 108shopแหล่งshoppingของชาวศาลายา
ตึกกิจกรรม ห้องสโมที่เคยขึ้นไปประชุมอยู่บ่อยๆ
ที่สำคัญคือcafe'tที่พวกเราเคยนั่งกินข้าวอยู่ทุกวัน
ต่อจากนี้พวกมันจะถูกรือทิ้งแล้วสร้างขึ้นใหม่ คงไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว
 
การอำลาศาลายาในครั้งนี้ จึงเป็นการอำลาแล้วจริงๆของหลายๆอย่าง
แต่สำหรับฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างจะยังคงอยู่ในใจตลอดไป ไม่มีวันลืมเลือน
 
 
ฉันจะยังมีเพื่อนๆ พี่น้องชาวมหิดลทุกคนที่รอฉันอยู่ที่ศาลายา
ฉันจะกลับมาเยี่ยมศาลายาบ่อยๆ และจะคิดถึงศาลายาอยู่เสมอ
 
ฉันจะรัก"ศาลายา"ตลอดไป
 
 
 
 
 
 
March 08

วาเลนไทน์..goodbye my love

 
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะค้าเพื่อนๆทุกคน...
นี่คือข้อความที่เราบอกกล่าวกับทุกๆคนที่เราพบเจอ
และนี่คงเป็นสิ่งเดียวในวันแห่งความรักปีนี้ที่พอจะทำได้
 
เมื่อไม่มีใครคนนั้นให้คอยบอกรัก...
ให้ของขวัญที่เราตั้งใจและหวังว่าจะเค้าจะประทับใจ..
และเดินเที่ยวด้วยกันในวันพิเศษแบบนี้...
 
......................................................................................
 
เกิดอะไร นี่มันเกิดอะไร
เธอโทรมาหา โทรมาบอกเธอต้องไป
ได้ยินเธอ บอกอะไรมากมาย
ไม่รับ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ก็มันสับสน
 
ฉันรู้แค่เพียงโลกหยุดเคลื่อนไหวและเงียบงัน
ทั้งโลกเงียบไปเมื่อเธอวางสาย
 
ไม่มีแล้วใช่มั้ย หัวใจจึงเจ็บอย่างนี้
ไม่เหลือแล้วคนที่เคยเข้าใจ
ปล่อยมันไหลช้าๆ...น้ำตาทุกหยดที่ไหล
ไม่มีเธอแล้วจริงๆ...
 
นี่คงเป็นเพลงที่บรรยายเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
รู้เพียงแต่ว่า ตอนนี้ฉันไม่มีเธอแล้วจริงๆ
 
เวลาของความสัมพันธ์ระหว่างเราได้หมดลง
เข็มนาฬิกาของเราคงต้องเดินสวนทางกัน
และคงไม่มีวันเดินทางมาบรรจบกันได้อีก
คงทำได้แค่เดินเข้ามาใกล้กันแล้วก็ยิ่งห่างไป
ห่างไป...ห่างไป...ห่างไป
...........................................................................
 
นับจากวันนั้นเป็นต้นมาก็นานนับเดือน
แต่ฉันยังไม่อาจลืมเรื่องราวของเราได้เลย
ความรู้สึกเสียใจ เศร้า เหงา และเหม่อลอยยังคงติดอยู่ในใจฉัน
และคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดจะลบเลือน
 
อีกกีวัน กี่เดือน กี่ปี ฉันก็จะไม่ลืมเธอ
 
ฉันยังเฝ้ารอเสมอ...วันที่เธอจะกลับมา
 
...รักเธอเสมอนะ....
 
...........................................................
 
January 02

ปีใหมแล้วจ้า

 
เงียบหายไปนานเหมือนกันนะ ครึ่งเดือนที่ผ่านไปนี้มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายเลยล่ะ
 
การเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการสอบมิดเทอม
 
ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความโหดร้ายและทรมานเสียจริงๆ
 
ก็ความรู้ที่จะต้องใช้สอบนะสิ มันไม่มีอยู่ในหัวเลยอะ เหมือนต้องนั่งอ่านใหม่หมด
 
และก็เป็นอย่างนี้ซะทุกวิชาเลย ปล่อยตัวไหนซักตัวก็ไม่ได้ เซ็งตัวเองมากมายอะ
 
ก็เป็นเพราะเราเองนี่นาที่เกิดมาโง่ แล้วยังขี้เกียจอีก ไม่มีอะไรดีซักอย่าง
 
ไม่รู้เค้าเรียกกันว่าทุ่มเทรึเปล่านะ ก็เราอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำจนถึงตีสามตีสี่ทุกวัน
 
เป็นเพราะไม่ยอมทยอยอ่านให้เข้าใจมาแต่เนิ่นๆด้วยล่ะ จะมาทบทวนทีหลังก็ไมรุ้เรื่อง
 
ก็เลยต้องเริ่มอ่านใหม่อีกหลายรอบ จนต้องนอนดึกแบบนั้นไง
 
ข้าวปลาก็ไม่อยากจะกินซะด้วย กินแต่อาหารสำเร็จรูปอะ ขี้เกียจเสียเงิน เสียเวลาด้วย
 
แล้วผลออกมาเป็นไง ที่อ่านเข้าไปมันไม่ช่วยอะไรเลย สมองงมึนตึ้บ ทำข้อสอบก็ไม่ได้
 
ออกมาจากห้องสอบแต่ละวิชา บอกเธอได้คำเดียว...อยากตาย พูดได้อย่างนั้นจริงๆ
 
ยิ่งสองวิชาสุดท้ายนี่โคดเน่าอะ ไม่รู้อาจารย์จะเอาคะแนนตรงไหนมาให้อะ รู้ตัวเลยว่าคงไม่ได้
 
เกลียดตัวเองจริงๆอะ ทำไมเป็นคนโง่แบบนี้นะ ไม่ต้องรอให้คะแนนออกก็รู้ตัวเองแล้วอะว่าจะเป็นไง
 
ไฟนอลหน้านี้คงเป็นการสอบสุดท้ายของปีหนึ่งแล้วนะ เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้แก้ตัว
 
เอาความผิดพลาดทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น มาเป้นบทเรียน แล้วอย่าทำซ้ำเดิม
 
วันเวลาที่ผ่านแล้วให้ผ่านไป ทำสิ่งดีๆขึ้นมาใหม่ในวันข้างหน้าให้ดีที่สุดแล้วกันนะ...
 
การปิดปีใหม่สี่วันหลังสอบเสร็จหมาดๆ อารมณ์เศร้าจากข้อสอบยังไม่ทันจาง
 
เราจะต้องปัดเป่าความอ้างว้างนั้นออกไป แล้วเริ่มต้นฉลองปีใหม่ให้กับตัวเองซะที
 
วันแรกที่กลับถึงบ้าน สุดแสนจะดีใจมากมาย คิดถึงแม่ พี่ป้าน้าอา และคิดถึงบ้านเป็นที่สุด
 
ขอหยุดนอนดูทีวีอยู่กับบ้านให้สมใจ แต่ไม่นานก็ได้ต้องถูกดึงออกไปจากบ้านซะแล้ว
 
ป้าเราดันชวนไปทำผมอะดิ ซึ่งเราก็อยากทำอยู่แล้ว ก็เลยไปกะเค้าด้วยเลย
 
แล้วก็เสร็จออกมาสำหรับผมทรงใหม่ที่ถูกออกแบบโดยคุนป้าที่ร้าก ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นแบบนี้
 
ผมชั้นหายไปไหนหมดเนี่ย เสียดายมันจริงๆ หายไปเกือบครึ่งหัวอะ รู้สึกเหมือนหัวเบาไปซักครึ่งโลได้
 
ปีใหม่นี้เราเลยเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เปลี่ยนไปเลยจริงๆอะ
 
เย็นวันนั้นหลังจากได้ผมทรงใหม่มาก็กะว่าจะโผล่ไปให้เจ้ที่เคารพยลโฉมซะหน่อย แต่ไม่ยักกะเจออะ
 
ก็เลยเดินผ่านไปทางบ้านคนนั้น แบบไม่ได้ตั้งใจนะเนี่ย แต่เราได้เจอเค้าด้วยล่ะ
 
ใช่แล้ว เค้าบอกว่าจะกลับวันนี้นี่นา แล้วเค้าก็มาจริงๆ เราได้เจอเค้าแล้วนะเนี่ย
 
การเจอกันครั้งนี้ของเราสองคน นอกจากจะเป้นการคุยกันเหมือนทุกวันแล้ว
 
มันยังมีอะไรที่ชั้นรู้สึกว่ามันพิเศษมาก เพราะเค้าเป็นคนโทรมาหาเราเองด้วย ทั้งๆที่ไม่เคยมานาน
 
ที่สำคัญ ...เค้าบอกว่าจะมาหาเราที่บ้านด้วยสิ ดีใจมากมายแทบจะกรี๊ดอะ อึ้งไปเหมือนกัน
 
แต่เราคงจะอึ้งมากกว่านี้ถ้าเค้ามาจริงๆ จะบอกคนที่บ้านว่ายังไงล่ะ ยังเตรียมใจไม่ทันเลย
 
อย่าเพิ่งเลยดีกว่านะ เดี๋ยวไปเจอกันข้างนอกดีกว่า รอให้มั่นใจแล้ววันนั้นเราค่อยบอกผู้ใหญ่ด้วยตัวเราเองนะ
 
กลับมาได้เพียงวันเดียวเค้าก็จะต้องกลับซะแล้วอะ ก็ตามใจ อยากทำไรก้ทำละกัน มันเป้นสิทธิ์ของเค้านี่นา
 
ถึงคืนสิ้นปีนั้นเราสองคนจะไม่ได้เค้าท์ดาวน์ด้วยกัน แต่ก็มีข้อความส่งอวยพรปีใหม่กันแค่นี้ก็สุขใจเกินพอแล้ว
 
Happy New Year 2008 อีกทีละกัน ขอให้มีความสุขมากๆสำหรับวันใหม่ของปีใหม่ของเราสองคนนะ
 
 
December 15

ถึงเวลาแล้ว

 
หากเรายังพอมีเวลามานั่งนับถอยหลัง...ก็จะรู้ว่า
 
อีกไม่ถึงครึ่งเดือนเราก้อจะได้ใช้ปฏิทินปีใหม่
 
อีกไม่ถึงสัปดาห์เราก็จะได้ของขวัญที่รอคอยจากซานต้า
 
และอีกไม่ถึงสัปดาห์เราก็จะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกแล้ว
 
แต่สิ่งที่ทำให้เราไม่มีโอกาสได้มานั่งนับเวลาถอยหลังแบบนั้นก็คือ
 
อีกไม่ถึงสิบวันแล้วที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการสอบอันแสนโหดร้าย...
 
......................................................
 
ในขณะที่วันนี้เพื่อนชาวมหิดลหลายๆคนได้ออกไปใช้สิทธ์เลือกตั้งล่วงหน้ากัน
 
แต่เรากลับนั่งดูรูปแลบไบโอ กับเล่นเนตอยู่ที่หออย่างสบายอารมณ์
 
แต่ก็แอบสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงไม่ไปกับเค้าด้วยล่ะ
 
ก็เราวางแผนไว้แล้วนี่นาว่า...จะกลับไปเลือกพร้อมคนอื่นทั่วประเทศอะ
 
แต่พอวันนี้เราโทรกลับไปที่บ้านเพื่อจะบอกว่าอาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนะ
 
แม่กลับบอกกลับมาว่า...งั้นพรุ่งนี้กลับมาเลือกตั้งล่วงหน้าเลยละกัน
 
นี่คือสิ่งที่เราควรจะทำตามใช่มั้ย...ทำไมเราไม่คิดได้ซะตั้งนานล่ะ
 
สรุป...พรุ่งนี้นั่งรถกลับไปเลือกตั้งซะนะ แล้วก็นั่งรถรีบกลับมาเลยล่ะ
 
 
นอกจากวันนี้เราจะดูแลบทั้งวันจนปวดหัวแล้ว
 
ยังมีเรื่องของคนอื่นที่ทำให้เราต้องคิดมากจนปวดเข้าไปอีกนะ
 
ก็เพื่อนเก่าเราที่ยังเรียนมอหกอยู่ดันมาปรึกษาเรื่องอนาคตอะ
 
ซึ่งจริงๆมันก็มีที่เรียนแล้วนี่นา ทำไมต้องมาปรึกษาวะ...งง
 
มันเก่งภาษา เลยได้โควตามนุษย์กะอักษรแล้วไง
 
มันบอก...ชั้นอยากเรียนพยาบาลว่ะแก
 
ไปไม่ถูกเลยเรา ได้ยินงี้มึนตึ้บดิ
 
อยู่สายนั้นดีๆ ดั๊นมาอยากเรียนพยาบาลซะนี่
 
ตัวก็ใช่ว่าจะเหมาะที่เป็นพยาบาลนะ ไม่ใช่เลยจริงๆแต่ใจมันกลับชอบอะ
 
เราเลยไม่รู้จะให้คำแนะนำมันยังไง ให้ลองคิดตัดสินใจเองดีกว่า...
 
ที่จริงคือไม่อยากเอาเรื่องอะไรมาใส่หัวอีกแล้วต่างหาก...แค่นี้ก็หนักพอ
 
 
สายตาเมื่อยล้ามากมาย...จากการถูกใช้งานหนักมาทั้งวันเต็มๆ
 
เลยขอนอนพักสายตาซักแป๊บละกันนะ...
 
ก็ไม่ได้หลับอะ เลยรู้สึกว่าปากมันว่าง แล้วในใจมันก็ยังว้าวุ่นอยู่
 
รอให้ถึงปีใหม่อย่างที่คิดไว้ไม่ไหวแล้วล่ะ...ใจเอ๋ยใจ
 
หยิบโทรสับขึ้นมาซะ กดไปหาเลยดีกว่า เป็นไงเป็นกันวะ
 
เพียงแค่ได้ยินเสียงฮัลโหลเท่านั้นแหละ...รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่เลย
 
ทั้งตัวทั้งใจแทบจะลอยไปหาคนที่อยู่ทางโน้นแล้ว
 
ทำไมเราถึงคุยกันปกติดีเหมือนที่เคยล่ะ เราไม่ได้กำลังน้อยใจอะไรกันอยู่เหรอ
 
ทำไมเรากลับรู้สึกดี ดีมากๆ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะ
 
หรือเพียงแค่ได้ยินเสียง ได้พูดคุยกัน มันเลยให้เราลืมเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องนั้นไป
 
แม้ว่าเค้าจะกำลังอ่านหนังสืออยู่เตรียมสอบวันพุธนี้แล้ว ก็ยังบอกเราว่าคุยได้นะ
 
แต่ไม่ดีกว่า ไม่อยากรบกวนนะ เลยแค่ถามว่าจะสอบเสร็จเมื่อไรล่ะ
 
วันที่ 28 นี้ล่ะ เสร็จพร้อมเราพอดีเลย ดีใจมากเลยจริงๆ
 
เราจะได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันแล้วหรือนี่ หลังจากที่ไม่เคยมานานมาก.....
 
เมื่อไรจะถึงวันนั้นซะทีน้า งานนี้เราขอลงทุนเสียเวลานับถอยหลังหน่อยดีกว่า
 
เพื่อวันนั้นของเราที่กำลังจะมาถึงแล้ววววววววววววว
--------------------------------------------------
กำลังกายพร้อม ใจพร้อมเต็มที่ เป็นกำลังใจให้กันและกันในการสอบนะจ๊ะ
--------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
December 02

ภารกิจพิชิตตัวเอง

 
ผ่านไปหนึ่งแล้วเทอมกับชีวิตการเป็นนักศึกษาใหม่
 
การที่เราเป็นตัวของเราแบบนี้
 
ทำให้เราได้ทำอะไรหลายๆอย่างทั้งทีเคยทำและไม่เคยทำ
 
ทั้งสิ่งที่ดีน่าจดจำ และสิ่งที่ไม่ดีที่ยากจะลืม
 
ลองนึกดูสิว่าเราเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงเท่านั้น
 
แต่สิ่งที่ได้ทำล่ะ มันเหมาะสมกับตัวเรามั้ย
 
...................................................................................
 
หนึ่ง...คือการเป็นสตาฟแสตนด์เฟรชชชี่โดยไม่ได้ตั้งใจ
 
ทั้งๆที่ไม่เคยทำและทำอะไรไม่เป็นมาก่อนเลย
 
คิดโค้ดเพลง สอนโค้ดเพื่อน ดูแลเพื่อน
 
ทำอุปกรณ์ แบกของ เป็นสวัสดิ เป็นจีบี
 
เป็นทุกสิ่งอย่างที่แสตนด์ควรจะมีแล้ว
 
แต่การทุ่มเทนี้ก้อไม่ได้ทำให้เราเหนื่อยเปล่า
 
ผลออกมาว่าแสตนด์คณะเราได้ที่สี่
 
ซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดแม้กระทั่งตัวเราเอง
 
ภารกิจนี้เราจึงถือว่าสำเร็จเป็นภารกิจแรก
 
............................................................................
 
สอง...คือภารกิจต่อเนื่องจากหนึ่ง
 
แสตนด์สันทนาการเราก้อได้ทำเหมือนเดิม
 
แต่อีกหนึ่งอย่างที่ได้ทำคือการเป็นมือกลองคู่กับพี่ต๋อน
 
รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ...สนุก มัน และฮาดีจังเลย
 
แล้วนี่ก้อสำเร็จไปอีกหนึ่ง
 
.......................................................
 
สาม...นี่ก้ออีกหนึ่งภารกิจทีต่อเนื่องมาจากหนึ่งและสอง
 
คราวนี้ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบเลยจริงๆ
 
แล้วก้อเป็นงานใหญ่นอกมหาลัยงานแรกด้วย
 
แสตนด์งานกีฬาเภสัชสัมพันธ์ที่เชียงใหม่
 
ที่จบไปอย่างน่าประทับใจและพอใจมากๆในผลงานของพวกเรา
 
ประสบความสำเร็จไปอย่างท่วมท้นมากมาย
 
................................................................................
 
สี่...เป็นภารกิจที่ทำทั้งในและนอกมหาลัย
 
กับการเป็นตัวแทนนักกีฬาเทเบิลเทนนิสของคณะ
 
ผล...ตกรอบแรกของกีฬาเฟรชชี่มหิดล
 
แต่...ที่เชียงใหม่เราได้ชนะบาย ม.นเรศวรรอบแรก
 
แล้วก้อแข่งชนะ ม.จุฬาผ่านมาได้อีกรอบ
 
แต่เสียดายที่อยู่สายเดียวกับ มช.ซึ่งเค้าเป็นที่หนึ่งของสายและได้แชมป์ไป
 
แต่ก้อถือว่าเราประสบผลสำเร็จไปอีกหนึ่งอย่างน่าพอใจ
 
............................................................................
 
ห้า...คือการถูกชักจูงไปเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมสโมของคณะ
 
ซึ่งต่อมาเราก้อคือหนึ่งในสโมนั่นเอง...ในตำแหน่งของฝ่ายกิจกรรมและสันทนาการ
 
ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการประชุมสโมที่บ่อย บ่อย และบ่อยมากๆ มากกว่าเวลาที่เราได้อยู่กับคนที่เรารัก
 
จนบางครั้งทำให้เราพลาดโอกาสดีๆไป และทำให้เวลาส่วนตัวของเรายิ่งเหลือน้อยลง
 
แต่เมื่อมันเสียเวลาไปแล้วก้อคิดว่าจะต้องตั้งใจทำและทำออกมาให้มันเต็มที่
 
เพราะนี่ก้อคืออีกหนึ่งภารกิจที่กำลังพิสูจน์เราอยู่เช่นกัน............
 
...........................................................................................................
 
หก...อันนี้มันมาแบบกะทันหัน ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้ทำเลย
 
คิดได้ไงวะเพื่อน ให้เราไปเป็นนางฟ้าอะ ถ้าเป็นคนบ้าก้อว่าไปอย่าง
 
คือแบบว่าในงานสองรับหนึ่งอะ พี่ปีสองเค้าให้น้องปีหนึ่งแสดงไรซักอย่าง
 
ซึ่งแมร่งเพื่อนมันช่างครีเอทีฟมาก อลหม่านหลังบ้านทรายทอง
 
ดั๊นจับเราไปเป็นนางฟ้าซะนี่ เปิดตัวได้ไฮโซมากๆ มีหมาเห่าต้อนรับด้วย
 
แถมได้ซ้อมแค่สิบนาทีก่อนแสดงเอง จะรอดมั้ยเนี่ยเรา
 
แต่มันก้อผ่านไปได้อะนะ ไม่รู้ว่าจะภูมิใจหรืออายดีอะงานนี้ นางฟ้าหมาเห่าเกิดซะแล้ว
 
....................................................................
 
เจ็ด...กับการจัดงานแรกโดยน้องปีหนึ่งที่ชื่อว่า หนึ่งถีบสอง
 
เพื่อเป็นการขอบคุณและเลี้ยงส่งพี่ๆปีสองจากศาลายาไปยังฝั่งพญาไท
 
งานนี้มีการแบ่งงานเป็นฝ่ายต่างๆให้ได้ทำกันอย่างทั่วถึงเลยทีเดียว
 
ส่วนเราได้ดำเนินกิจกรรม หาพิธีกร แล้วก้อทำเกมวัดดวง
 
รู้สึกว่าพอแบ่งงานแล้วเราว่างมากมายเลย เหมือนไม่มีไรทำ
 
แต่เราเคยอยู่เฉยเป็นที่ไหนล่ะ งั้นเลยไปหาไรทำหลังเวทีดีกว่า
 
ก้อเลยได้ทำไรอีกมากมายอะ หนุกดี ฮาดี มีความสุขด้วย ยิ้มตลอดงานเลยเรา
 
คงเป็นเพราะได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ และก้อไม่ต้องเครียดด้วยมั้ง เลยไม่รู้สึกเหนื่อยเหมือนทุกงานที่ผ่านมา
 
ตอนจบงานเพื่อนแอบทำซึ้งให้พี่อีก เกือบร้องไห้เองเลยเรา ซึ้งได้ใจจริงเลย
 
งานนี้เราปลื้มใจและภูมิใจในเพื่อนเรามากเลยทีเดียว ได้ใจไปท่วมท้นค่ะเพื่อนๆ
 
......................................................................................
 
ล่าสุด...คือการทำ PY Pro Service บริการสื่อรักทั่วอาณาจักรศาลายา
 
งานนี้รุ้สึกว่าตัวเองทำงานหนักจนเกินตัวไปมากมายเลยจริงๆ
 
เป็นประชาสัมพันธ์แต่ก้อได้ทำทุกอย่างอีกเช่นกัน
 
ก้อเริ่มจากประชาสัมพันธ์ทั้งใบปลิว  ตีกลองร้องป่าว แล้วก้อขายเสียงจนแหบแห้งไป
 
ไม่ได้อยู่ฝ่ายทะเบียนแต่ก้อต้องมานั่งโต๊ะรับลงทะเบียนโดนยุงหามไปอีกหลายวันเหมือนกัน
 
ไม่ได้อยู่สายที่ต้องส่งของแต่ก้อยังได้ส่งตามหอพักอีก
 
ไม่ได้เป็นสวัสดิแต่ก้อยังต้องไปซื้อของมาเพิ่มด้วยเพราะของไม่พอส่ง
 
แล้วงานสุดท้ายนี่โหดร้ายมากมายเลย
 
สูบลูกโป่ง มัดลูกโป่ง ผูกโบว์ มัดเรียงลูกโป่งอย่างต่อเนื่องกัน
 
จนมือทั้งเจ็บทั้งแดง กล้ามแขนขึ้นเป็นมัด ปวดเมื่อยไปทั้งตัว
 
แล้ววันสุดท้ายคือวันศุกร์แต่กลับเป็นวันเศร้าของเราซะงั้น
 
ก้อของดันมาหมด แล้วก้อมีออเดอร์ต้องส่งอีกมากมายเลย
 
ก้อเลยต้องรีบไปซื้อของแล้ว...เราก้อเลยต้องลงทุนโดดเรียนชีวะ
 
เพื่อรีบทำของให้ทันส่งตอนช่วงบ่ายซึ่งเยอะโคดอะ
 
ในขณะที่เพื่อนๆคนอื่นที่ไปเรียนแล้วพอหมดคาบอะนะ
 
  ก้อยังไม่เหนมีใครโผล่หัวมาช่วยกันซักเท่าไรเลย...จะมีก้อแต่พวกหน้าเดิมๆที่เคยทำอีกแระ
 
สรุปคือวันนั้น...เราได้สูบลูกโป่งไปเท่าไรไม่มีเวลาได้นับ
 
แต่ถ้านับระยะเวลาแล้วก้อตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันบ่ายโมงอะ
 
แต่ต้องขอโทดเพื่อนๆด้วยนะที่อยู่ได้แค่บ่ายอะ เพราะโดดไม่ได้แล้วจริงๆ
 
ต้องรีบไปเรียนทั้งๆที่ยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน โคดหิวเลยอะ
 
 อุตส่าห์ไปเรียนแล้วไฟก้อดันมาดับอีก โคดร้อนด้วย มือก้อเจ็บเขียนหนังสือไม่ได้เลย
 
พอกันทีงานนี้ เรียนเสร้จแล้วขอหนีขึ้นห้องไปนอนก่อนละกัน ไม่ไหวแล้วจริงๆ....
 
แต่...ขึ้นห้องไปยังไม่ทันได้นอนเลย เสียงโทรสับก้อดังขึ้นมา....
 
ก้อเราดันอยู่ข้างห้องของสวัสดิก้อเลยต้องไปช่วยสวัสดิขนของมาเก็บอีก
 
........หมดแล้วหรอ ยังมีอีกมั้ย ยังทำได้อีกนะ เรายังไม่ถึงกับตายเลย.......
 
แต่ภารกิจนี้ก้อยังไม่สามารถสรุปผลออกมาได้ว่าเป็นยังไง...รอก่อนแล้วกันนะ
 
.......................................................................................................
 
อีกอย่างหนึ่งนี่ไม่ใช่ภารกิจของเราหรอกนะ
 
แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรับรู้และอยากใช้เวลานี้เพื่อปลอบใจตัวเอง
 
 
........ถ้าใครเอาแต่เด่น เอาแต่ตัวเองดีอยู่เสอ ไม่ช่วยเหลือคนอื่นเลย
 
พวกนี้ส่วนใหญ่จะได้ไปก่อน แต่จะไปได้ไม่ไกล
 
แต่สมมติพวกเกรดน้อยๆประมาณ 2.5 กว่าๆ แต่แบบมันครบเครื่องกว่า
 
มันอาจเริ่มต้นไม่หวือหวา แต่ระยะยาวนั้นดีแน่นอน...
 
อันนี้ยืมมาจากหนังสือรักน้อง39
ต้องขอขอบคุณพี่ๆมากๆที่ช่วยให้กำลังใจน้องๆนะคะ
.............................................
 
ภารกิจต่อไปกำลังจะมาอีกในไม่ช้านี้แล้ววววววววววววว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
November 16

กาลเวลาพิสูจน์ใจ

 
 
รู้สึกบ้างไหม ทำไมเดี๋ยวนี้ เราไม่ค่อยคุยกัน
 
 ไม่ค่อยแคร์กันเท่าไร
 
รู้สึกบ้างไหมทำไมเดี๋ยวนี้ เดินไม่ค่อยจูงมือ
 
ไม่เชื่อถือในคำพูดกัน
...........................................................
 
ไม่อยากจะเขียนเพลงนี้ต่อ
เพราะมันเนื้อความนั้นมันอาจบาดลึกเข้าไปในหัวใจ
...........ของใครซักคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชั้นเอง
แต่สำหรับเธอล่ะ จะรู้สึกอย่างชั้นบ้างไหม
ความแข็งกร้าวของเธอ คงไม่ทำให้ใจเธออ่อนไหว
เพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอก ชั้นรู้อยู่แก่ใจ
 
การรับรู้ความรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว
บางครั้งมันทำให้จิตใจเรารุ้สึกท้อ
ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อทนรับความรู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว
แต่สำหรับชั้นเอง การที่ได้ยืนอยู่ใกล้ๆเธอ
ได้รับฟังปัญหาของเธอ และคอยปลอบใจ
ก็คงเพียงพอกับการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
เพื่อเธอ
 
ถึงแม้ว่าความห่างไกลกันมันจะทำให้เรารู้สึกห่างเหิน
แต่ระยะทางนั้นมันก็สามารถสั้นลงได้
เพียงแค่เราใช้หัวใจส่งความคิดถึงไปถึงกัน
แต่มันก็ใช่ว่าจะส่งถึงกันได้ตลอดเวลานะ
คนที่รับก็จะต้องให้เวลากับความรู้สึกนั้นด้วย
 
เหตุที่เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาให้กัน
เพราะต่างคนต่างก็เป็นเด็กกิจกรรม
มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำมากมาย
ทั้งคู่ต่างให้ความสำคัญกับการเรียนควบคู่กับการทำกิจกรรม
จนบางครั้งลืมให้ความสำคัญกับเรื่องของหัวใจ
นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราทั้งคู่ยิ่งรู้สึกห่างเหินกัน
 
เกือบหนึ่งปีแล้ว
ที่ความรู้สึกแบบนี้ยังติดอยู่ในใจ
แต่ชั้นจะคงอดทนรอต่อไป
รอวันที่เราจะกลับมาอยู่ใกล้ชิดกันเหมือนอย่างเคย
ห้วงความรู้สึกเหงา และไม่เข้าใจในเกือบหนึ่งปีนี้
เมื่อเทียบกับเวลาที่เราได้อยู่ใกล้ชิดมาตลอดช่วงชีวิตมอปลายแล้ว
มันเป็นเพียงแค่เศษเวลา ที่เราสองคนเคยใช้เพื่อเล่นสนุกไปวันๆเท่านั้น
 
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ใจ
เวลาทั้งหมดที่ผ่านมามันกำลังพิสูจน์ใจเราทั้งคู่อยู่
และเรากำลังจะข้ามผ่านพ้นมันไปในอีกไม่ช้านี้
อดทนกันอีกซักนิดนะ อีกไม่นาน อีกไม่นาน.....
 
November 12

ความใน

 
 
 ในที่สุด การรอคอยวันนี้ก้อมาถึง   
 
ความคาดหวังที่จะได้รับสิ่งดีๆตอบแทนกลับมา
 
ช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่ควรค่าเก็บไว้ในความทรงจำ
 
นั่นคือสิ่งแรกที่อยู่ในความคิดตอนนั้น
 
...................................................................
 
แต่ภาพในวันนั้นกลับตรงกันข้ามกับความคิด
 
สิ่งนั้นมันเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น
 
เมื่อเทียบกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาแต่กลับต้องรับมา
 
เก็บเป็นเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ข้างใน
 
และยังรอคอยคำตอบที่จะทำให้หายข้องใจเสียที
 
.............................................................
 
เกิดอะไรขึ้นกับเราในวันนี้
 
เราไม่ควรที่จะไปแคร์อะไรคนอื่นมากมาย
 
คงทำได้ ...หากนี่ไม่ใช่คนใกล้ตัวเรามากที่สุด
 
นี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราต้องคิด
 
และไตร่ตรองถึงสาเหตุของปัญหา
 
ความข้องใจที่เกิดขึ้นต้องการคำตอบ
 
..........................................................................
 
บางทีการเปิดใจยอมรับกัน
 
คงเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง
 
แต่คงต้องให้เวลากันอีกสักพัก
 
ให้ต่างคนได้ใช้เวลาตอบคำถามกับตัวเอง
 
แล้วเปิดใจคุยกัน
 
เรื่องค้างคานั้นคงจางหายไป
 
เปลี่ยนเป็นความเข้าใจและห่วงใยกัน
 
.....................................................................
 
มีอีกคำถามต่อมา
 
ว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
 
อีกปีวัน กี่เดือน ที่เลื่อนผ่านไป
 
จะมีจริงไหมสำหรับวันนั้น
 
ยังคงต้องค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง
 
แล้วทำตัวเองให้เข้มแข็งอยู่เสมอ
 
เฝ้ารอคอยวันนั้น  จนกว่าจะหาคำตอบเจอ
 
ยังรอเสมอ........  เพื่อเธอ.......  คนที่สำคัญ............
 
 
 
 
 
 
 
Photo 1 of 18
 

 มีอะไรอยากบอกหรืออยากแนะนำก็ฝากไว้ได้ค่ะ นอกจากนี้ท่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.joyjee-mickey.hi5.com ค่ะ ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชมนะคะ

 

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.